กฎหมายใหม่สำหรับการจ้างงานนางแบบที่เป็นเด็กในนิวยอร์ก

นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางแฟชั่นจากทั่วทุกมุมโลก จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจนักที่นิวยอร์กจะมีนางแบบมากมายและมีหลากหลายอายุ ด้วยกัน ในขณะเดียวกันก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่มีความฝันว่าอยากเป็นนางแบบและมา อาศัยอยู่ในนิวยอร์กเพื่อตามหาฝันของตัวเอง และเด็กที่มีอยุระหว่าง 13–18 ปีก็เป็นคนกลุ่มหนึ่งที่มีความใฝ่ฝันอยากจะมีอาชีพเป็นนางแบบด้วยเช่นกัน

แต่ตามกฎหมายแรงงานของนครนิวยอร์กนั้นไม่มีการคุ้มครองและปกป้องสิทธิของ คนทำงานเป็นนางแบบที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งกฎหมายนี้มีการใช้มานานมากแล้ว จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีการแก้ไข ดังนั้นสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในนครนิวยอร์กจึงมีความเห็นตรง กันว่า น่าจะมีกฎหมายแรงงานที่ปกป้องและคุ้มครองสิทธิของคนทำงานเป็นนางแบบที่มี อายุต่ำกว่า 18 ปี

นี่จึงเป็นที่มาของกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ที่มีการประกาศใช้ในนครนิวยอร์ก เพื่อปกป้องและคุ้มครองสิทธิของเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีในการทำงานเป็นนางแบบ

สาเหตุที่ทำให้หลายๆ ฝ่ายในนิวยอร์กหันมาให้ความสนใจกับกฎหมายที่จะคุ้มครองแรงงานเด็กในการเป็น นางแบบนั้นคือ หนังสารคดีเรื่อง Girl Model ที่มีการเผยแพร่สู่สาธารณชนเมื่อปีที่แล้ว

สารคดีเรื่อง Girl Model มีเนื้อเรื่องอยู่ว่า Ashley ผู้ทำหน้าที่เป็นแมวมองหานางแบบหน้าใหม่ๆ ให้กับบริษัทจัดหานางแบบ ได้มาตามหานางแบบตามเมืองต่างๆ ของประเทศไซบีเรียเพื่อส่งนางแบบเหล่านี้ไปทำงานที่ญี่ปุ่น และวันหนึ่ง Ashley ก็ได้พบกับ Nadya เด็กหญิงอายุ 13 ปี ที่อาศัยอยู่ในเมืองหนึ่งในเขตชนบทของไซบีเรีย Ashley จึงชักชวนให้ Nadya ไปเป็นนางแบบที่ประเทศญี่ปุ่น

Ashley ได้ให้สัญญากับ Nadya ว่าเธอจะมีอาชีพนางแบบที่รุ่งโรจน์ในประเทศญี่ปุ่น และมีเงินจำนวนมากมายเพื่อส่งกลับมาให้ที่บ้านใช้จากการเป็นนางแบบของเธอ Nadya จึงตัดสินใจว่าเธออยากจะไปเป็นนางแบบที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ก่อนที่เธอจะได้ไปญี่ปุ่นเธอต้องได้รับการคัดเลือกจากบริษัทจัดหานางแบบ ซะก่อน Nadya ต้องใส่ชุดว่ายน้ำแบบบิกินี่ เพื่อแข่งขันกับเด็กผู้หญิงคนอื่นๆในไซบีเรียอีกกว่า 100 คน

ในที่สุด Nadya ก็ได้รับคัดเลือกให้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นเพื่อเป็นนางแบบ  Nadya ตั้งความหวังไว้ว่าเธอจะไปเป็นนางแบบที่โด่งดังที่ประเทศญี่ปุ่น และจะหาเงินจำนวนมากเพื่อส่งกลับมาให้ที่บ้านได้ใช้ เพราะบ้านของเธอนั้นยากจนมาก

ในระหว่างที่ Nadya เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นนั้น เธอต้องเดินทางไปคนเดียวโดยไม่มีพนักงานของบริษัทจัดหานางแบบเดินทางไปด้วย ทางบริษัทให้เพียงกระดาษที่เขียนที่อยู่ของบริษัทจัดหานางแบบที่โน่น ดังนั้นเมื่อ Nadya เดินทางไปถึงโตเกียว เธอจึงไม่รู้ว่าเธอจะไปยังบริษัทนี้ได้อย่างไร เพราะเธอไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษหรือภาษาญี่ปุ่นได้เลย ในที่สุดเจ้าหน้าที่ของสารคดีเรื่องนี้ก็ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเธอ ในการพาเธอไปยังที่อยู่ที่บริษัทจัดหานางแบบได้ให้ไว้

เมื่อ Nadya อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น เธอทำงานได้เพียงแค่งานเดียว คืองานถ่ายรูปแฟชั่นในนิตยสาร แต่เธอได้รับสัญญาในการจ้างงานและการจ่ายเงินเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเธอไม่สามารถเข้าใจรายละเอียดต่างๆ ในสัญญาได้ ทำให้ Nadya ถูกหลอกให้เซ็นสัญญากู้เงินแทน และไม่ได้รับเงินค่าจ้างจากการถ่ายแบบแม้แต่เยนเดียว ในที่สุด Nadya ก็ตัดสินใจที่จะกลับประเทศไซบีเรีย โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า ตอนนี้เธอมีหนี้สินมากมายในเมืองโตเกียว
สารคดีเรื่องนี้ต้องการชี้ให้ เห็นถึงอันตรายสำหรับเด็กที่ต้องการเป็นนางแบบโดยที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับ เรื่องของการเป็นนางแบบเลย ซึ่งอาจทำให้ถูกหลอกเหมือนกับ Nadya ในเรื่องก็เป็นได้

นอกจากสารคดีเรื่อง Girl Model ที่มีการเผยแพร่เมื่อปีที่แล้ว ยังมีสารคดีเรื่อง Picture Me: A Model’s Diary ที่มีการเผยเพร่เมื่อปี 2552 ซึ่งเป็นการสัมภาษณ์นางแบบที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา พวกเธอได้กล่าวว่า ส่วนใหญ่แล้วพวกเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในการเดินแบบหรือถ่ายแบบแต่ละครั้ง พวกเธอได้เงินครั้งละเท่าไหร่ พวกเธอได้รับการพักผ่อนที่น้อยมากเพราะต้องทำงานอย่างหนัก และบริษัทดูแลนางแบบของพวกเธอมักจะพูดกับพวกเธอเสมอว่า พวกเธอจะต้องลดน้ำหนักเพื่อให้ดูผอมมากกว่านี้

จากสารคดี 2 เรื่องนี้ ทำให้หลายๆ ฝ่ายเริ่มหันมาให้ความสนใจกับเด็กที่มีอาชีพเป็นนางแบบ เพราะเด็กมักจะถูกล่อลวงได้ง่าย และยังไม่มีกฎหมายที่จะปกป้องและคุ้มครองเด็กเหล่านี้มาเป็นเวลานานแล้ว

Sara Ziff  ซึ่งเป็นอดีตนางแบบคนหนึ่งในนิวยอร์กได้ออกมาให้ความเห็นว่า อาชีพนางแบบนั้นมักจะเริ่มต้นที่อายุ 13–16 ปี ดังนั้นจึงมีความสำคัญมากที่เราควรจะมีกฎหมายไว้คุ้มครองเด็กๆ เหล่านี้ เพราะพวกเธอมักจะต้องทำงานเป็นเวลานานในหนึ่งวัน เพราะไม่มีการกำหนดชั่วโมงการทำงานของเด็กในแต่ละวัน และในระหว่างการทำงานยังได้รับการหยุดพักที่น้อยมาก ทำให้เด็กๆ เหล่านี้ต้องทำงานหนักเหมือนกับผู้ใหญ่

The Model Alliance ซึ่งเป็นองค์กรที่ต้องการให้สภาพการทำงานของนางแบบและนายแบบในประเทศอเมริกา มีสภาพที่ดีขึ้นกว่าทุกวันนี้ ได้ออกมากล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ทุกวันนี้เรามีกฎหมายคุ้มครองแรงงานสำหรับวัยรุ่นคือมีอายุมากกว่า 18 ปี ในการทำงานเป็นนางแบบ แต่กลับไม่มีกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งเป็นเรื่องที่แย่มาก

The Model Alliance ยังได้ออกมาเปิดเผยอีกว่า ในวงการนางแบบที่อมริกา 76% ของคนที่เป็นนางแบบต่างก็เคยใช้ยาเสพติด และมีอาการติดการดื่มแอลกอฮอล์ และอีก 87% ของผู้ที่เป็นนางแบบต่างก็มีประสบการณ์ตกใจเมื่อรู้ว่าตัวเองจะต้องถ่ายภาพ นู้ดในการทำงานครั้งนี้โดยที่ไม่รู้ล่วงหน้ามาก่อน ดังนั้นการที่เด็กต้องเข้ามาทำงานในวงการนางแบบโดยที่ไม่มีคนดูแล จึงเป็นเรื่องน่ากลัวมาก เพราะพวกเขาเหล่านี้อาจจะติดยาเสพติดในวันข้างหน้า หรืออาจจะถูกบังคับให้ถ่ายรูปนู้ดทั้งๆ ที่ไม่เต็มใจก็เป็นไปได้

ดังนั้นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรของนครนิวยอร์กได้มีการลงคะแนนให้มีการประกาศใช้กฎหมายแรงงานฉบับใหม่ ที่มีการคุ้มครองแรงงานเด็กที่ทำอาชีพเป็นนางแบบ และมีการคาดเดากันว่ากฎหมายฉบับนี้น่าจะมีการบังคับใช้ก่อนที่จะมี Fashion Week ที่นครนิวยอร์ก ในเดือนกันยายนปีนี้

ปัจจุบันนี้กฎหมายนี้ได้มีการบังคับใช้แล้ว และมีการปกป้องและคุ้มครองสิทธิต่างๆ ให้กับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีที่ทำงานเป็นนางแบบ ซึ่งกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ทั้งบนแคตวอล์ค สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ และรวมไปถึงการถ่ายโฆษณาด้วย

ในกฎหมายฉบับใหม่นี้ มีการปกป้องและคุ้มครองเด็กในการทำงานเป็นนางแบบอยู่ 7 ข้อด้วยกันคือ

1.ผู้ว่าจ้างจะต้องทำเรื่องขออนุญาตจากกระทรวงแรงงานในการจ้างงานนางแบบที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี

2.นางแบบที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี จะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานหลังเวลาเที่ยงคืนไปแล้วในวันที่ต้องไปโรงเรียน และไม่สามารถกลับมาทำงานต่อได้ถ้าไม่ได้รับการพักผ่อนเป็นเวลาอย่างน้อย 12 ชั่วโมง

3.ถ้านางแบบที่เป็นเด็กมีอายุน้อยกว่า 16 ปี จะต้องมีการแต่งตั้งผู้ดูแล เพื่อดูแลความปลอดภัยและความเรียบร้อยของงานต่างๆ ให้กับเด็ก

4.ถ้าหากมีการจ้างนางแบบที่เป็นเด็กอ่อนหรือเด็กแรกเกิดมาเป็นนางแบบหรือนายแบบจะต้องมีการจ้างพยาบาลมาคอยดูแล

5.ค่าจ้างที่เด็กหาได้อย่างน้อย 15% จะต้องโอนเข้าบัญชีที่เป็นของพ่อแม่หรือผู้ดูแลต่างหาก

6.ผู้ว่าจ้างจะต้องอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับงานที่จะทำและความปลอดภัยต่างๆ ของคนที่เป็นนางแบบให้กับพ่อแม่หรือผู้ดูแลเด็ก

 7. ถ้าหากมีการถ่ายแบบนู้ดจะต้องมีการเซ็นใบยินยอมให้ถ่ายจากพ่อแม่หรือผู้ดูแลเด็ก

นอกจากนี้ นางแบบที่เป็นเด็กยังต้องได้รับอนุญาตจากผู้ที่เป็นพ่อแม่ โดยต้องให้พ่อแม่เขียนจดหมายยินยอมว่าให้ลูกของตัวเองทำงานได้ และต้องมีใบรับรองจากผู้ที่จ้างงานว่า ในการจ้างงานครั้งนี้ไม่มีผลกระทบต่อการไปเรียนของผู้ที่เป็นนางแบบ นอกจากนี้ยังมีข้อบังคับในเรื่องชั่วโมงการทำงานของเด็ก ซึ่งมีจำนวนชั่วโมงทำงานแตกต่างกันไปตามอายุของเด็ก

ทางด้านบริษัท ที่จ้างเด็กมาทำงานเป็นนางแบบก็เช่นกัน จะต้องมีการจัดเตรียมอาหารไว้สำหรับนางแบบเด็ก และต้องแน่ใจว่าเด็กได้รับการหยุดพักที่เพียงพอในระหว่างการทำงาน

ถ้า หากบริษัทที่จ้างเด็กไปเป็นนางแบบไม่สามารถทำตามกฎหมายเหล่านี้ได้ จะถูกลงโทษด้วยการปรับเงิน 1,000 เหรียญ (ประมาณ 31,000 บาท) สำหรับการทำผิดครั้งแรก และถ้าหากมีการทำผิดเป็นครั้งที่สอง ก็จะโดนปรับ 2,000 เหรียญ และครั้งที่สาม 3,000 เหรียญ ดังนั้นถ้าผู้ว่าจ้างไม่อยากทำผิดกฎหมายก็น่าจะพิจารณาในการจ้างงานนางแบบ ที่มีอายุ 18 ปีหรือมากกว่า

หลังจากที่มีการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ เด็กๆ ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีและต้องทำงานเป็นนางแบบ คงมีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีขึ้น และการล่อลวงเด็กให้ทำงานถ่ายแบบทั้งๆ ที่พวกเขาไม่เต็มใจก็คงมีน้อยลงไปด้วยเช่นกัน

ติดตามเรื่องของสิทธิสตรีจากทั่วทุกมุมโลก ที่ www.gotomanager.com

https://i2.wp.com/gotomanager.com/sites/default/files/GOTOMGRLOGO_1.png

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

About the author

Sasiphattra Siriwato

Sasiphattra Siriwato (JuL)

การศึกษา

- ปัจจุบันเป็นอาจารย์พิเศษประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ International Pacific College, New Zealand
- กำลังศึกษาปริญญาเอก คณะสตรีศึกษาที่ Massey University, New Zealand
- ประกาศนียบัตรปริญญาโทรัฐศาสตร์ในด้านการทำงานวิจัย Monash University, Australia
- ปริญญาโทรัฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ Macquarie University, Australia
- ปริญญาตรีรัฐศาสตร์และศิลปศาสตร์ เอกภาษาฝรั่งเศส Canterbury University, New Zealand

Education

- Part time lecturer for Department of International Relations at International Pacific College, New Zealand
- PhD candidate on Women’s Studies at Massey University, New Zealand
- Graduated with a Postgraduate Diploma of Arts (Research) in Politics from Monash University, Australia
- Master Degree in Politics and Public Policy from Macquarie University, Australia
- Bachelor Degree in French and Political Science from Canterbury University, New Zealand

%d bloggers like this: