โรงงานนรกสำหรับแรงงานหญิงในบังคลาเทศ

เมื่อสิ้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีข่าวอุบัติเหตุไฟไหม้โรงงานผลิตเสื้อผ้าในบังคลาเทศ มีผู้หญิงเสียชีวิตด้วยกันถึง 7 คน เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทำให้หลายๆฝ่ายเริ่มวิตกกังวลถึงความปลอดภัยของแรงงานหญิงเหล่านี้ เพราะประเทศในแถบเอเซียใต้อย่าง บังคลาเทศ และปากีสถานนั้น เป็นที่ตั้งของโรงงานเสื้อผ้าเป็นจำนวนมาก และเจ้าของโรงงานเหล่านี้ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพนักงาน ภายในโรงงานไม่มีการติดตั้งบันไดหนีไฟหรือทางออกฉุกเฉินไว้ ไม่มีแม้กระทั่งถังดับเพลิงเพื่อไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน และไม่มีการฝึกซ้อมหนีไฟให้กับพนักงาน ดังนั้นพนักงงานที่ทำงานในโรงงานเหล่านี้ในแต่ละวันล้วนแต่ทำงานไปพร้อมกับความเสี่ยงอันตราย โรงงานเย็บผ้าที่เป็นเหมือนความฝันที่จะเปลี่ยนชีวิตจึงกลายเป็นโรงงานนรกที่ต้องทำงานด้วยความเสี่ยงทุกวันแทน

Garment factory 1

ผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในเขตชนบทของประเทศบังคลาเทศและปากีสถานส่วนใหญ่นั้นจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ลำบาก จึงไม่เป็นที่แปลกใจนักที่พวกเธอเหล่านี้จะย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองหลวงเพื่อหางานทำและมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น และเพราะว่าพวกเธอเหล่านี้มีการศึกษาน้อย อาชีพในฝันของพวกเธอที่จะทำให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นก็คือ การทำงานในโรงงานเย็บเสื้อผ้า ที่ไม่ได้ต้องการคนที่มีการศึกษาสูง แต่โรงงานเย็บผ้าเหล่านี้ไม่ได้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการทำงานเลย เพราะโรงงานเหล่านี้ไม่เคยสนใจเรื่องความปลอดภัยและสวัสดิการของพนักงาน สิ่งเดียวที่พวกเขาสนใจคือ ต้องการจ่ายค่าจ้างแรงงานถูก

อย่างเช่นที่เมืองธากา (Dhaka) ประเทศบังคลาเทศ ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่สองของโลกในการผลิตเสื้อผ้านั้น ในแต่ละปีจะมีผู้หญิงจากชนบทย้ายเข้ามาในเมืองหลวงประมาณ 400,000 คน เพื่อทำงานในโรงงานเย็บผ้า พวกเธอเหล่านี้ต้องทำงานกันทุกวันโดยที่ไม่มีวันหยุด รวมไปถึงวันหยุดราชการด้วย พวกเธอต้องทำงานอย่างน้อยวันละ 8 – 12 ชั่วโมง และได้รับเงินเดือนเพียงแค่ 31 เหรียญต่อเดือน (ประมาณ 930 บาท) และถ้าพวกเธอทำงานตอนกลางคืนหรือทำงานล่วงเวลาก็จะได้เงินเดือนเพิ่มเป็น 37 เหรียญต่อเดือน (ประมาณ 1,110 บาท) ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่น้อยมากเมื่อเทียบกับเวลาที่พวกเธอต้องทำงาน

เงินค่าแรงที่พวกเธอได้รับนั้น ถือว่าน้อยมากๆเมื่อเทียบกับจำนวนชั่วโมงที่พวกเธอต้องทำงาน และนี่ก็เป็นจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นแล้ว หลังจากที่ในปี 2553 ได้มีการออกมาเดินประท้วงเพื่อขอขึ้นเงินเดือน ซึ่งได้มีการปรับค่าแรงขึ้นจาก 20 เหรียญ ขึ้นเป็น 37 เหรียญต่อเดือน แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกโรงงานในบังคลาเทศจะยอมจ่ายค่าแรงในอัตรานี้นี้ให้ ดังนั้นจึงมีผู้หญิงอีกหลายๆคนที่ได้รับค่าจ้างต่ำกว่านี้ทั้งที่พวกเธอต้องทำงานหนักหลายชั่วโมง

Garment factory

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก เพราะโดยทั่วไปแล้วแรงงานทุกคนควรจะทำงานเพียงแค่วันละ 8 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ผู้หญิงในโรงงานเย็บผ้าเหล่านี้กลับต้องทำงานมากกว่า 8 ชั่วโมง และได้รับค่าจ้างน้อยมากหรือบางคนอาจจะได้รับค่าจ้างน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดด้วยซ้ำไป ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นที่รับรู้กันไปทั่วในประเทศบังคลาเทศ แต่ก็ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนที่จะมาตรวจสอบเรื่องพวกนี้อย่างจริงจัง ทำให้เจ้าของโรงงานเป็นผู้ที่ได้เปรียบและแรงงานกลายเป็นผู้ที่เสียเปรียบไปโดยปริยาย

อีกเรื่องที่จะปฎิเสธไม่ได้เลยเมื่อมีการว่าจ้างแรงงานหญิงเป็นจำนวนมากคือ เรื่องความรุนแรงทางเพศ มีหลายๆโรงงานที่หัวหน้างานเป็นผู้ชาย และได้ลวนลามแรงงานหญิงที่ทำงานอยู่ในโรงงาน โดยเฉพาะผู้หญิงที่ต้องทำงานตอนกลางคืน ซึ่งเรื่องนี้แทบจะกลายเป็นเรื่องปกติของโรงงานเย็บผ้าเลยทีเดียว นอกจากนี้ผู้หญิงที่ทำงานล่วงเวลา แล้วต้องเดินทางกลับบ้านตอนกลางคืนก็มักจะต้องถูกแซว หรือถูกลวนลามทางสายตา ซึ่งนี้ก็เป็นเรื่องปกติอีกเช่นกันที่แรงงานหญิงจะต้องพบเจออยู่ทุกวัน

เรื่องความปลอดภัยของแรงงานหญิงนี้เริ่มมีผู้คนให้ความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ International Labor Rights Forum หรือเรียกสั้นๆว่า ILRF ได้เปิดเผยรายงานโดยใช้หัวข้อรายงานฉบับนี้ว่า Deadly Secrets ซึ่งได้ออกมาเรียกร้องให้โรงงานผลิตเสื้อผ้าในแถบประเทศเอเซียใต้ อย่างประเทศปากีสถาน และประเทศบังคลาเทศนั้น ให้ความสำคัญกับชีวิตของพนักงานทุกคน ด้วยการให้ความรู้เกี่ยวกับอุบัติเหตุต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้ในขณะที่ทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิดเหตุไฟไหม้ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้เจ้าของโรงงานปรับปรุงและซ่อมแซมอาคารสถานที่ภายในโรงงานเมื่อถึงเวลาที่ต้องมีการซ่อมบำรุง และขอให้เจ้าของโรงงานรับฟังถึงปัญหาต่างๆภายในโรงงานที่พนักงานได้ร้องเรียนและควรปรับปรุงแก้ไข

ILRF ได้อธิบายเพิ่มเติมไว้ว่า เมื่อพวกเขาไปเยี่ยมเยียนโรงงานผลิตเสื้อผ้าเหล่านี้ พวกเขามักจะได้ยินแต่การเรียกร้องจากพนักงานหญิงที่ทำงานในโรงงานว่า อยากให้โรงงานมีความปลอดภัยมากกว่านี้ เพราะทุกวันนี้ชีวิตพวกเธอเหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้ายที่มีอันตรายอยู่ตลอดเวลา และเมื่อพวกเธอไปบอกผู้จัดการก็ไม่ได้รับความสนใจ แต่จะได้รับความสนใจก็ต่อเมื่อมันอันตรายอย่างรุนแรงซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ความปลอดภัยของพนักงงานควรจะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

fire factory 1

นอกจากนี้ ILRF ยังได้ชี้แจงว่าปัญหาเรื่องความปลอดภัยของพนักงานโรงงานเสื้อผ้าเกิดจาก 2 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกคือ ปัญหาเรื่องของโครงสร้างของโรงงานเสื้อผ้า ที่บางโรงงานไม่มีทางออกฉุกเฉิน ไม่มีแม้กระทั่งถังดับเพลิง เพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน และทางเข้าออกโรงงานยังมีน้อยมาก ทำให้เมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ พนักงานส่วนใหญ่จะต้องเบียดเสียดกันออกมา และสุดท้ายมักจะเบียดกันออกมาไม่ทันและถูกไฟไหม้อยู่ในโรงงานแทน ส่วนปัญหาที่สองก็คือ เจ้าของโรงงานไม่สนใจที่จะซ่อมบำรุงตึกและอุปกรณ์ต่างๆเมื่อพนักงานมาแจ้งว่ามีการชำรุด ซึ่งทำให้พนักงงานต้องทำงานกับความเสี่ยงซึ่งอาจจะถึงแก่ชีวิตได้

เรื่องการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารและการให้ความรู้เรื่องของการหนีไฟเมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะว่าเมื่อสิ้นปีที่แล้ว ทั้งที่บังคลาเทศและปากีสถานล้วนแต่มีการเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานทำเสื้อผ้า ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตในทั้งสองประเทศถึง 374 คน และถ้านับตั้งแต่ปี 2549 มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้ในทั้งสองประเทศ มากกว่า 700 คน

ดังนั้นการมีทางออกฉุกเฉินในโรงงานและการให้ความรู้กับพนักงงานว่าควรทำอย่างไรเมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากและประเทศในเอเซียใต้ควรจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และควรมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เพราะว่าประเทศเหล่านี้เป็นประเทศหลักในการส่งออกเสื้อผ้าไปให้กับร้านค้าต่างๆในยุโรปและอเมริกา และยอดการสั่งทำเสื้อผ้าก็เพิ่มขึ้นในแต่ละปีด้วย ซึ่งถ้าหากไม่มีการแก้ไขก็จะมีจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้ ILRF ยังเรียกร้องให้บริษัทเสื้อผ้าใหญ่ๆให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยให้สั่งทำเสื้อผ้าจากโรงงานที่มีโครงสร้างที่ถูกต้องและพนักงงานหญิงในโรงงานทำงานอย่างปลอดภัย โดยเฉพาะบริษัทเสื้อผ้าอย่าง Gap JCPenny และ Walmart ที่ป็นบริษัทใหญ่ในการสั่งทำเสื้อผ้า เพราะปัจจุบันนี้บริษัทเหล่านี้ไม่ได้ให้ความสนใจกับเรื่องของโครงสร้างและความปลอดภัยของโรงงานที่ตัวเองสั่งทำเสื้อผ้า ILRF เชื่อว่า ถ้าหากบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โรงงานผลิตเสื้อผ้าในเอเซียใต้ก็จะมีการปรับปรุงไปในทางที่ดีขึ้นในเรื่องของความปลอดภัย เพราะต้องการให้บริษัทใหญ่ๆมาสั่งทำเสื้อผ้าที่โรงงานของตนเอง

fire factory

สาเหตุที่ ILRF ต้องการให้บริษัทสั่งทำเสื้อผ้าใหญ่ๆให้ความสำคัญและให้ความสนใจกับเรื่องนี้มากขึ้นก็เป็นเพราะว่า ทุกวันนี้ถึงแม้ว่าในแต่ละประเทศจะมีกฎหมายคุ้มครองแรงงานเพื่อเป็นการรับรองว่า พนักงานที่ทำงานในโรงงานผลิตเสื้อผ้าจะได้รับการคุ้มครองและได้ค่าจ้างขั้นต่ำเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด แต่ในความเป็นจริงนั้นกลับตรงกันข้าม ดังนั้นถ้าหากบริษัทใหญ่ๆให้ความสำคัญกับเรื่องนี้โรงงานผลิตเสื้อผ้าก็น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

หลังจากที่ ILRF ได้ออกมาเปิแผยรายงานเล่มนี้ องค์กรต่างๆต่างก็ออกมาเรียกร้องให้โรงงานในบังคลาเทศ และปากีสถานเข้าร่วมโครงการข้อตกลงเรื่องความปลอดภัยของอาคารและการดับเพลิงเมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ ซึ่งโรงงานผลิตเสื้อผ้าใหญ่ๆในทั้งสองประเทศได้เข้าร่วมโครงการนี้แล้ว

BANGLADESH-FIRE-TEXTILE-INDUSTRY

นอกจากนี้ประชาชนอีกประมาณหนึ่งแสนคนได้ร่วมกันออกมาเรียกร้องให้บริษัทเสื้อผ้ายักษ์ใหญ่อย่าง Walmart  H&M และ Gap ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และยกเลิกการสั่งเสื้อผ้ากับโรงงานที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพนักงาน แต่ทาง Walmart ได้ออกมาปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือในเรื่องนี้ และทางบริษัทก็ไม่สนใจที่จะเปลี่ยนโรงงานที่สั่งทำเสื้อผ้าถึงแม้ว่าพนักงงานในโรงงานนั้นจะต้องทำงานพร้อมกับอันตรายเรื่องความปลอดภัยก็ตาม

เรื่องนี้ยังต้องติดตามกันต่อไปว่าทางบริษัทยักษ์ใหญ่อื่นๆจะมีการตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไรผู้เขียนหวังว่าบริษัทเหล่านี้จะไม่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้ง เพราะถ้าหากบริษัทเหล่านี้ยอมทำตามข้อเรียกร้อง พวกเขาคงสามารถช่วยชีวิตพนักงานในโรงงานเสื้อผ้าได้อีกหลายร้อยคน

ติดตามเรื่องของสิทธิสตรีจากทั่วทุกมุมโลก ที่ www.gotomanager.com

https://i2.wp.com/gotomanager.com/sites/default/files/GOTOMGRLOGO_1.png

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

About the author

Sasiphattra Siriwato

Sasiphattra Siriwato (JuL)

การศึกษา

- ปัจจุบันเป็นอาจารย์พิเศษประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ International Pacific College, New Zealand
- กำลังศึกษาปริญญาเอก คณะสตรีศึกษาที่ Massey University, New Zealand
- ประกาศนียบัตรปริญญาโทรัฐศาสตร์ในด้านการทำงานวิจัย Monash University, Australia
- ปริญญาโทรัฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ Macquarie University, Australia
- ปริญญาตรีรัฐศาสตร์และศิลปศาสตร์ เอกภาษาฝรั่งเศส Canterbury University, New Zealand

Education

- Part time lecturer for Department of International Relations at International Pacific College, New Zealand
- PhD candidate on Women’s Studies at Massey University, New Zealand
- Graduated with a Postgraduate Diploma of Arts (Research) in Politics from Monash University, Australia
- Master Degree in Politics and Public Policy from Macquarie University, Australia
- Bachelor Degree in French and Political Science from Canterbury University, New Zealand

%d bloggers like this: