ทำแท้งเพราะได้ลูกสาว เทรนใหม่ในแอลบาเนีย

คุณผู้อ่านคงเคยได้ยินเรื่องของการที่พ่อแม่อยากได้ลูกชายมากกว่าลูกสาวมาบ้าง เรื่องนี้คงไม่น่าแปลกเท่าไหร่ถ้าหากว่ามันเกิดขึ้นที่ประเทศจีนซึ่งคนจีนในอดีตจะให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว และยิ่งเมื่อรัฐบาลจีนออกกฎหมายให้แต่ละครอบครัวมีลูกได้เพียงคนเดียว จึงมีคนจีนเป็นจำนวนไม่น้อยที่ตัดสินใจทำแท้งเมื่อรู้ว่าได้ลูกสาว หรือในบางครอบครัวที่พอรู้ว่าได้ลูกสาวก็ไม่ไปแจ้งเกิดเพียงเพราะหวังว่าในครั้งหน้าตัวเองอาจจะได้ลูกชายก็ได้

girl or boy

แต่ว่าในตอนนี้เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นแต่ที่ประเทศจีนเท่านั้น ที่ประเทศแอลบาเนีย (Albania) ซึ่งเป็นประเทศที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป เป็นประเทศกำลังพัฒนา และได้ยื่นเรื่องขอเข้าเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปหรืออียูตั้งแต่สิ้นเดือนเมษายน 2553 คนแอลบาเนียน 70% นับถือศาสนาอิสลาม และอีก 20% นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก

เรื่องการทำแท้งจึงเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมากสำหรับคนในประเทศนี้ เพราะไม่ว่าจะนับถือศาสนาอิสลามหรือศาสนาคริสต์ ทั้งสองศาสนาต่างก็มีข้อห้ามในเรื่องของการทำแท้งซึ่งถ้าหากว่ามีการทำแท้งเกิดขึ้นถือว่าทำผิดกฎของศาสนา เรื่องการทำแท้งเพราะได้ลูกสาวจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก

ในปัจจุบันนี้ประเทศแอลบาเนียมีอัตราการเกิดที่ลดลงเป็นอย่างมาก คือมีอัตราการเกิดของเด็ก 12 คนต่อประชากรหนึ่งพันคน และเมื่อนำตัวเลขนี้ไปเปรียบเทียบกับประเทศอื่นจะเห็นได้ชัดเจนว่ามีอัตราการเกิดที่น้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัดเจน ประเทศแอลบาเนียจึงถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 158 จากทั้งหมด 229 ประเทศ ในการจัดอันดับอัตราการเกิดในแต่ละประเทศ

การทำแท้งเมื่อรู้ว่าตัวเองได้ลูกสาวในการตั้งครรภ์เป็นหนึ่งในหลายๆสาเหตุที่ทำให้อัตราการเกิดในแอลบาเนียค่อนข้างต่ำมาก ในปี 2538 ประเทศแอลบาเนียได้มีการนำเทคโนโลยีการคัดกรองก่อนคลอดมาใช้ เพื่อให้ประชาชนสามารถรู้ได้ว่าตัวเองได้ทารกเพศชายหรือเพศหญิง ซึ่งการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องที่ดี  แต่กลับกลายเป็นว่าจากการรับรู้เพศของทารก ทำให้ผู้หญิงหลายๆคนตัดสินใจทำแท้งเพราะอยากได้ทารกเพศชายมากกว่าเพศหญิง

more boys

คนแอลบาเนียมีความนิยมหรือความเชื่อว่า การมีลูกชายย่อมดีกว่าการมีลูกสาว เพราะว่าลูกชายนั้นจะสามารถเลี้ยงดู ซึ่งหมายถึงหาเงินทองมาเลี้ยงดูพ่อแม่ให้อยู่ดีกินดีได้ และยังสามารถปกป้องและคุ้มครองพ่อแม่ได้เมื่อยามแก่เฒ่า ซึ่งหมายถึงสามารถดูแลพ่อแม่ในยามเจ็บป่วยได้ ในขณะที่ลูกสาวจะคอยใส่ใจและดูแลในเรื่องของความมั่นคงทางอารมณ์มากกว่า อย่างเช่น การพูดคุยปรับทุกข์ หรือความใส่ใจดูแลเมื่อยามเจ็บป่วย เป็นต้น แต่ผู้หญิงไม่สามารถหาเงินทองมาเลี้ยงพ่อแม่ได้เหมือนผู้ชาย

ศาสตราจารย์ Kristina Voko อาจารย์ทางด้านจิตวิทยาของมหาวิทยาลัย Tirana ในประเทศแอลบาเนีย ได้ออกมาอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ถึงแม้ว่าคนแอลบาเนียจะเห็นว่าลูกสาวมีความสำคัญในการดูแล ใส่ใจ และให้ความมั่นคงทางอารมณ์กับพ่อแม่ในยามแก่เฒ่า แต่ลูกสาวก็มีความสำคัญน้อยกว่าลูกชายที่ถูกมองว่าเป็นคนสำคัญของครอบครัว เพราะลูกชายจะเป็นเสาหลักให้กับครอบครัวในอนาคต และดูแล คุ้มครองพ่อแม่ได้

และเพราะสาเหตุเหล่านี้ ทำให้จำนวนประชากรชายและหญิงในแอลบาเนียมีสัดส่วนที่แตกต่างกันมาก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสังคมในอนาคตได้

กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (United Nations Population Funds หรือ UNFPA) ได้เปิดเผยรายงานเรื่องความสมดุลทางเพศในอัตราการเกิดของแอลบาเนีย ซึ่งในรายงานได้เปิดเผยว่า น่าจะมีผู้หญิงถึง 15,000 คนที่ได้ตัดสินใจไปทำแท้ง ระหว่างปี 2543 – 2553 หลังจากที่รู้ว่าตัวเองได้ตั้งครรภ์ทารกเพศหญิง และในช่วงระยะเวลา 10 ปีนี้ มีผู้หญิงเพียงแค่ 7% เท่านั้นที่ได้ให้กำเนิดทารกเพศหญิง

ในรายงานยังได้เปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า เป็นเรื่องที่แทบจะไม่น่าเชื่อเลยว่า การทำแท้งเพียงเพราะต้องการทารกที่เป็นเพศชายเท่านั้น ได้เกิดขึ้นทั่วประเทศแอลบาเนีย และอาจจะแผ่ขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ประเทศมอนเตเนโกร (Montenegro) ด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ Gjonca ซึ่งสอนอยู่ที่ The London School of Economics ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า จากการทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ มีหลักฐานยืนยันได้ว่า ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ในเมืองหรือในชนบทในประเทศแอลบาเนีย จะเป็นคนที่มีการศึกษาหรือคนที่มีการศึกษาน้อย ทุกคนต่างก็อยากได้ลูกชายมากกว่าลูกสาว

girls bring happiness 1

และถึงแม้ว่าเทคโนโลยีการคัดกรอง ในการสามารถรู้เพศของทารกในครรภ์ได้ก่อน จะเพิ่งมีมาในช่วง 20 ปีมานี้เอง แต่การสังเกตลักษณะของท้อง ว่าได้ทารกเพศชายหรือหญิงนั้นก็มีมานานแล้ว อย่างเช่นว่า ถ้าผิวของผู้ที่เป็นแม่ดูเปล่งปลั่ง และร่างกายดูผอมบาง มีน้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์ ก็ให้สันนิษฐานว่าได้ลูกชาย ซึ่งเรื่องนี้อาจจะทำให้ไม่เป็นที่น่าแปลกใจนัก เพราะความเชื่อและค่านิยมในสังคมที่ต้องการลูกชายมากกว่าลูกสาวก็มีมานานแล้ว อย่างเช่นในประเทศจีนและอินเดีย

เรื่องการทำแท้งเพราะอยากได้ลูกชายนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะว่าในประเทศแอลบาเนียนั้น ผู้คนไม่ได้มีปัญหาปากท้อง การมีลูกเพิ่มซักคนหนึ่งหรือสองคนก็คงไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ของคนแอลบาเนีย  ขณะเดียวกันในแอลบาเนียก็ไม่ได้มีศาสนา ความเชื่อ ขนบธรรมเนียม ประเพณี หรือการจัดระเบียบของสังคมว่าการมีลูกสาวแล้วจะเสียเปรียบหรือเป็นการไม่ดีแต่อย่างใดซึ่งต่างกับบางประเทศที่เห็นความเสียเปรียบอย่างชัดเจน

ยกตัวอย่างเช่น ในประเทศอินเดีย ที่บ้านไหนมีลูกสาวจะต้องเตรียมเงินไว้เยอะๆ เพราะเมื่อลูกสาวจะแต่งงาน ผู้หญิงจะต้องเป็นฝ่ายไปสู่ขอผู้ชาย ทำให้ในแต่ละปีที่อินเดีย จะมีผู้หญิงประมาณ 500,000 คนไปทำแท้งในแต่ละปี เมื่อรู้ว่าตัวเองได้ลูกสาว

หรืออย่างกรณีของศาสนาพุทธที่จะให้แต่เฉพาะผู้ชายเท่านั้นที่บวชได้ ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่เชื่อว่า ถ้าตัวเองไม่มีลูกชาย อาจจะมีความรู้สึกว่าตัวเองจะไม่ได้เกาะผ้าเหลืองของลูกเพื่อขึ้นสวรรค์ เพราะว่าผู้หญิงไม่สามารถบวชได้

กรณีต่างๆเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเลยในประเทศแอลบาเนีย แต่ผู้คนในประเทศนี้กลับเลือกที่จะอยากได้ลูกชายมากกว่าลูกสาว และการเลือกเพศของลูกในครั้งนี้ก็ทำให้เกิดความไม่สมดุลทางเพศในการเกิดอย่างเห็นได้ชัดเจน เพราะว่าแอลบาเนียเป็นประเทศเล็กๆ ที่มีประชากรเพียงแค่ 3 ล้านคนเท่านั้น ไม่ได้มีประชากรหนาแน่นอย่างอินเดีย ที่อาจจะทำให้ไม่เห็นภาพความไม่สมดุลทางเพศในการเกิด ทั้งๆที่ต่างก็มีการทำแท้งเพราะได้ลูกสาวเหมือนกัน ทางด้านกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ความไม่สมดุลทางเพศในจำนวนประชากรของแอลบาเนียจะเห็นได้ชัดเจน ซึ่งตอนนี้ในแอลบาเนียมีประชากรชายมากกว่าประชากรหญิงถึง 10% ด้วยกัน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ Gjonca ยังได้อธิบายเพิ่มเติมไว้ด้วยว่า ในอนาคตการที่มีประชากรเพศชายมากกว่าเพศหญิงนั้น จะทำให้ผู้ชายต้องมีการแข่งขันกันสูงในการเลือกหาผู้หญิงที่ต้องการจะแต่งงานด้วย ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ชายโสดส่วนใหญ่ตัดสินใจที่จะย้ายถิ่นฐานไปอยู่ประเทศอื่นที่หาคู่แต่งงานได้ง่ายกว่า นอกจากนี้ในอนาคตยังอาจจะเกิดการเลือกปฎิบัติต่อผู้หญิงอีกด้วย เพราะผู้หญิงที่จะแต่งงานจะมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ เพราะมีจำนวนของผู้หญิงน้อยกว่าผู้ชายค่อนข้างมาก และสุดท้ายอาจจะทำให้เกิดการคลุมถุงชนขึ้นมา เพราะพ่อแม่ก็อยากจะให้ลูกชายตัวเองมีคู่ จึงอาจจะจัดหาคู่ไว้ให้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะได้มั่นใจว่า ลูกชายตัวเองจะได้แต่งงานแน่นอน

abortion

หลังจากที่เรื่องการทำแท้งเพราะได้ตั้งท้องลูกสาวออกมาเป็นประเด็นที่ผู้คนเริ่มพูดถึง และยังมีรายงานเรื่องความไม่สมดุลทางเพศจากอัตราการเกิดในแอลบาเนียจากกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติอีก ทำให้ผู้คนเริ่มให้ความสนใจในเรื่องนี้ และจะพยายามสืบหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ว่าเกิดขึ้นในแอลบาเนียจริงหรือไม่

และเพื่อป้องกันความตื่นตระหนกที่จะเกิดขึ้นในสังคม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ออกมาพูดว่าการที่ผู้หญิงตัดสินใจทำแท้งหลังจากที่รู้ว่าได้ลูกสาวนั้นไม่เป็นความจริง เพราะว่าทั้งในโรงพยาบาลรัฐ และเอกชน ต่างก็ยืนยันว่าไม่มีผู้หญิงที่มาทำแท้งเพราะรู้ว่าตัวเองได้ตั้งครรภ์และได้ลูกสาว ขณะเดียวกันผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและการวางแผนของกระทรวงสาธารณสุข Pullumb Pipero ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า การที่อัตราการเกิดของทารกเพศชายมีมากกว่าทารกเพศหญิงในแอลบาเนีย  ไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่า มีการทำแท้งเกิดขึ้น เพียงเพราะว่าหญิงสาวคนนั้นได้ตั้งครรภ์แล้วได้ลูกสาว

เรื่องนี้มีจุดที่น่าสังเกตอยู่ว่า ในแอลบาเนียนั้น การทำแท้งไม่ได้ผิดกฎหมาย แต่ถ้าหากผู้หญิงต้องการทำแท้งเพียงเพราะว่าเพศของลูกเป็นผู้หญิงนั้น ถือว่าเป็นการทำแท้งที่ผิดกฎหมาย ดังนั้นจึงอาจไม่เป็นที่น่าแปลกใจนัก ถ้าหากทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน จะออกมาชี้แจงว่า ไม่มีหญิงสาวคนใดที่มาทำแท้งเพราะต้องการได้ลูกชายมากกว่าลูกสาว เพราะคนที่ต้องการทำแท้ง คงจะไม่ได้บอกความจริงถึงสาเหตุที่ต้องการทำแท้ง เพราะรู้ว่าถ้าบอกความจริงไปก็จะไม่สามารถทำแท้งได้ เพราะการเลือกเพศของทารกในครรภ์ถือว่าผิดกฎหมาย

เรื่องของการทำแท้งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนและมีการถกเถียงในสังคมเป็นอย่างมาก และเมื่อมีการพูดถึงเรื่องนี้กันในวงกว้าง Vangjel Tavo รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขจึงได้มีคำสั่งให้มีการทบทวนและพิจารณาการบังคับใช้กฎหมายทำแท้ง ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขต้องการให้มีกฎหมายใหม่เกี่ยวกับการทำแท้งออกมา และกฎหมายนี้ควรจะความรัดกุมและครอบคลุมทุกด้าน กฎหมายการทำแท้งที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้เป็นกฎหมายสุขภาพที่ประกาศใช้ในปี 2545 ซึ่งไม่อนุญาตให้มีการทำแท้งจากความต้องการเลือกเพศของทารก และจะสามารถทำแท้งได้เมื่อมีการตั้งครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์เท่านั้น

แต่ศาสตราจารย์ Kristina Voko ไม่ได้เห็นด้วยกับความคิดนี้ เธอได้ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า การที่จะออกกฎหมายใหม่เพื่อให้ครอบคลุมและรัดกุมมากขึ้นนั้นไม่ได้ช่วยให้การทำแท้งลดลง แต่รัฐบาลควรจะสนับสนุนบทบาทของผู้หญิงในสังคมให้มากขึ้น เพราะทุกวันนี้การพูดถึงบทบาทของผู้หญิงในที่สาธารณะนั้นมีการกำหนดกฎระเบียบไว้อย่างเคร่งครัด ทำให้ทุกวันนี้มีการพูดถึงบทบาทของผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษาและการทำงานมีอยู่น้อยมากๆ และนี่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งว่า ทำไมคนแอลบาเนียถึงอยากจะมีลูกชายมากกว่าลูกสาวก็เป็นได้

ติดตามเรื่องของสิทธิสตรีจากทั่วทุกมุมโลก ที่ www.gotomanager.com

https://i2.wp.com/gotomanager.com/sites/default/files/GOTOMGRLOGO_1.png

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

About the author

Sasiphattra Siriwato

Sasiphattra Siriwato (JuL)

การศึกษา

- ปัจจุบันเป็นอาจารย์พิเศษประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ International Pacific College, New Zealand
- กำลังศึกษาปริญญาเอก คณะสตรีศึกษาที่ Massey University, New Zealand
- ประกาศนียบัตรปริญญาโทรัฐศาสตร์ในด้านการทำงานวิจัย Monash University, Australia
- ปริญญาโทรัฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ Macquarie University, Australia
- ปริญญาตรีรัฐศาสตร์และศิลปศาสตร์ เอกภาษาฝรั่งเศส Canterbury University, New Zealand

Education

- Part time lecturer for Department of International Relations at International Pacific College, New Zealand
- PhD candidate on Women’s Studies at Massey University, New Zealand
- Graduated with a Postgraduate Diploma of Arts (Research) in Politics from Monash University, Australia
- Master Degree in Politics and Public Policy from Macquarie University, Australia
- Bachelor Degree in French and Political Science from Canterbury University, New Zealand

%d bloggers like this: