บอดี้การ์ดหญิง

เมื่อพูดถึงอาชีพบอดี้การ์ดหลายๆ คนคงจะคิดถึงภาพของผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ใส่ชุดสูทสีดำสวมแว่นตากันแดดเลนส์ สีดำและหูฟังตลอดเวลา แต่ภาพบอดี้การ์ดเหล่านี้กำลังจะเปลี่ยนไป ผู้หญิง ที่คุณเห็นว่าเหมือนกับคนทั่วไปที่คุณพบเจอตามห้าง สรรพสินค้าหรือร้านอาหารอาจจะเป็นบอดี้การ์ดหญิงก็เป็นได้


บอดี้การ์ดหรือบุคคลที่ทำหน้าที่เป็นผู้คุ้มกันความปลอดภัยให้กับบุคคล สำคัญหรือคนที่มีชื่อเสียง นั้น เป็นอาชีพหนึ่งซึ่งถูกจัดว่าเป็นอาชีพของผู้ชาย เหมือนอย่างอาชีพตำรวจและทหาร เพราะว่าผู้ชายเป็นเพศที่มีร่างกายแข็งแรงและน่าจะให้การคุ้มครอง ปกป้องผู้ที่ว่าจ้างได้เป็นอย่างดี ซึ่งต่างกับผู้หญิงที่ร่างกายบอบบางกว่า แต่ปัจจุบันโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว บอดี้การ์ดไม่ได้เป็นอาชีพสำหรับผู้ชายเท่านั้น บุคคล สำคัญต่างๆ ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นคนในราชวงศ์ นักธุรกิจ นักการเมือง ภรรยานักการเมือง หรือดาราดังๆ ล้วนแล้วแต่มีความต้องการสูงมากที่จะจ้างบอดี้การ์ดผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

ทำไมบอดี้การ์ดหญิงถึงเป็นที่ต้องการอย่างมากในทุกวันนี้ก็เพราะว่า บุคคลสำคัญทางการเมือง และบุคคลที่มีชื่อเสียงไม่ได้มีแต่ผู้ชายเท่านั้น มีผู้หญิง หลายคนที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศหรือดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมือง อย่างเช่นตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นต้น ที่ตอนนี้หลายๆ ประเทศนิยมให้ผู้หญิงเข้ามารับหน้าที่ เป็นรัฐมนตรีเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ หรือแม้แต่ผู้บริหารระดับซีอีโอของหลายๆ บริษัทก็เป็นผู้หญิง ทำให้การมีบอดี้การ์ดเป็นผู้ชายซึ่งต้องคอยติดตามตลอดเวลาอาจจะดูไม่เหมาะสม ได้ และอาจจะเกิดคำครหาในเรื่องชู้สาวระหว่างนายจ้างและบอดี้การ์ด แต่ถ้าหากเป็นบอดี้การ์ดหญิงก็จะช่วย ลดปัญหาเรื่องเหล่านี้ลงได้

อย่างเช่นกรณีของเจ้าหญิงไดอาน่า ประเทศอังกฤษ และเจ้าหญิงสเตฟานี ประเทศโมร็อกโก ที่ทั้งสองพระองค์ถูกผู้คนจำนวนมากพูดถึงเรื่องความ ไม่เหมาะสมในระดับความสัมพันธ์ของการสนิทสนม กันระหว่างผู้เป็นนายจ้างคือเจ้าหญิงทั้งสองพระองค์ และบอดี้การ์ดผู้ชายที่เป็นลูกจ้าง

เรื่องความเหมาะสมนั้นยิ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับประเทศในตะวัน ออกกลาง ที่มีศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ ทำให้ผู้หญิง ไม่สามารถไปไหนมาไหนกับผู้ชายที่ไม่ใช่คนในครอบครัวได้ ทำให้บอดี้การ์ดหญิงมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการให้ความคุ้มครองบุคคลสำคัญ เหล่านี้ อย่างเช่นบุคคลในราชวงศ์ เป็นต้น


นอกจากนี้บอดี้การ์ดหญิงยังสามารถกลมกลืน เข้ากับสังคมทั่วไปได้ดีกว่าผู้ชาย การที่มีผู้ชายใส่ชุด สูทสีดำมาคอยเดินตามหรือไปไหนด้วยตลอดก็อาจจะทำให้เป็นจุดเด่นในสายตาของคน ทั่วไป และคนอื่น ก็สามารถเดาได้ว่า ผู้หญิงที่มีชายในชุดดำคอยเดินตามเป็นบุคคลที่มีความสำคัญในด้านใดด้านหนึ่ง หรือคนที่มีจุดประสงค์จะทำร้ายก็จะสามารถเดาได้ว่ามีบอดี้การ์ดกี่คนที่คุ้ม ครองผู้หญิงคนนี้อยู่ ในทาง ตรงกันข้ามถ้าหากเปลี่ยนเป็นบอดี้การ์ดหญิง ผู้คนก็อาจจะคิดว่าเป็นเพื่อนกัน มากกว่าเป็นนายจ้างกับ บอดี้การ์ด และเมื่อต้องไปในสถานที่ที่มีคนมากมาย ก็จะไม่กลายเป็นเป้าสายตาไปด้วย เพราะคงไม่มีใครสงสัยหากจะมีผู้หญิงหลายคนเดินกันเป็นกลุ่มในห้างสรรพสินค้า หรือร้านอาหาร

แม้กระทั่งการเป็นบอดี้การ์ดให้กับเด็ก ผู้หญิง ก็สามารถที่จะกลมกลืนกับสถานที่ต่างๆ ได้ดีกว่าผู้ชาย อย่างเช่น การไปรับเด็กกลับมาจากที่โรงเรียน ถ้าหากเป็นบอดี้การ์ดหญิง ผู้คนก็จะคิดว่าเป็นพี่เลี้ยง เด็กมากกว่าบอดี้การ์ด และไม่กลายเป็นจุดสนใจของผู้ปกครองคนอื่นๆ ที่ไปรับบุตรหลานที่โรงเรียนอีกด้วย แต่ถ้าหากเป็นผู้ชายก็อาจจะทำให้ผู้คนเชื่อได้ยากว่าเป็นพี่เลี้ยงเด็ก และอาจจะสงสัยว่ามีความ เกี่ยวข้องกับเด็กอย่างไร เพราะอาจจะดูไม่เหมือนว่าเป็นญาติกัน

เหตุผลเหล่านี้ทำให้มีคนต้องการจ้างบอดี้การ์ดหญิงเป็นจำนวนมาก มีบริษัทและองค์กรต่างๆ ในหลายๆ ประเทศเริ่มรับสมัครผู้หญิงเข้ามาฝึกฝนทักษะต่างๆ สำหรับการเป็นบอดี้การ์ด อย่างเช่นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว การใช้อาวุธเป็นต้น เพื่อที่บอดี้การ์ดหญิงจะได้ปกป้องลูกค้าได้ในทุกสถาน การณ์

ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว สิ่งสำคัญสำหรับอาชีพบอดี้การ์ดไม่ใช่พละกำลังหรือความแข็งแรง หากแต่เป็นการตัดสินใจที่เด็ดขาดและความรอบคอบ เพราะว่าหน้าที่หลักๆ ของบอดี้การ์ด คือ การประเมินความเสี่ยง และทำอย่างไรก็ได้ให้ความเสี่ยงเหล่านี้น้อยลง ดังนั้นเวลาส่วนใหญ่ของบอดี้การ์ดจะหมดไปกับการวางแผนลดความเสี่ยงให้กับ ลูกค้าโดยดูจากตารางงาน การเดินทาง และพื้นที่ที่เป็นจุดเสี่ยงที่อาจจะเกิดอันตรายได้ การวางแผนการต่างๆ อย่างรัดกุมจึงเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าพละกำลัง ซึ่งไม่เหมือนกับงานของตำรวจที่ต้องการคนที่มีร่างกายแข็งแรง เพราะต้องเผชิญหน้ากับอันตรายตลอดเวลา


ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ลูกค้าที่ต้องการจ้างบอดี้การ์ดก็ยังคงคิดว่าความแข็งแรงและพละกำลังยังเป็น เรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งอาจจะทำให้มีผู้ว่าจ้างหลายคนที่ไม่มั่นใจว่าบอดี้การ์ดหญิงจะให้ความ คุ้มครองได้ บอดี้การ์ดหญิงจึงอาจจะกลายเป็นตัวเลือกท้ายๆ ไปได้ ดังนั้นเพื่อชดเชยข้อด้อยในจุดนี้ บอดี้การ์ดหญิงที่เคยเป็นทหาร หรือตำรวจหญิงมาก่อน จึงได้เปรียบมากกว่าบอดี้การ์ดหญิงทั่วไป เพราะว่าพวกเธอได้ผ่านการฝึกวิธีการต่อสู้และป้องกันตัวมาแล้ว ทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจมากขึ้นในการที่จะจ้างบอดี้การ์ดหญิง

ตอนนี้บริษัทหรือองค์กรต่างๆ จากทั่วทุกมุมโลกจึงเริ่มรับสมัครผู้หญิงที่ต้องการจะเป็นบอดี้การ์ดให้เข้า มาฝึกฝนการต่อสู้และศิลปะการป้องกันตัวอย่างหนัก เพื่อลบล้างข้อด้อยของพวกเธอและทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นว่าบอดี้การ์ดหญิงเหล่า นี้สามารถปกป้องพวกเขาได้

อย่างเช่นที่ประเทศจีน เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา บริษัทที่ปรึกษาด้านความปลอดภัย ได้เริ่มทำการฝึกผู้หญิงธรรมดาทั่วๆ ไปที่ต้องการจะเป็นบอดี้การ์ดหญิงจำนวน 20 คน ซึ่งคนที่มาเข้ารับการ ฝึกในครั้งนี้ส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว การฝึกซ้อมในครั้งนี้เกิดขึ้นที่เมืองซานย่า ในมณฑลเหอเป่ย โดยให้ครูฝึกผู้ชายรับหน้าที่ในการฝึกว่าที่บอดี้การ์ดหญิงเหล่านี้

การฝึกในครั้งนี้ไม่ต่างอะไรกับการที่ผู้ชายจะถูกฝึกให้เป็นบอดี้การ์ด เลย เพราะว่าพวกเธอจะต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนักไม่ว่าจะเป็นการแบกซุง การเดินย่ำบนร่างกายของเพื่อนๆ และการคลาน ซึ่งผู้หญิงทั้ง 20 คนนี้จะต้องฝึกฝนการต่อสู้ และศิลปะป้องกันตัวต่างๆ เป็นเวลาประมาณ 8-10 เดือน จึงจะสามารถเป็นบอดี้การ์ดหญิงได้


ถึงแม้ว่าการจะเป็นบอดี้การ์ดนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะต้องผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก แต่ค่าจ้างสำหรับการเป็นบอดี้การ์ดนั้นไม่ได้น้อยเลย บอดี้การ์ดหญิงเหล่านี้จะมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน (ประมาณ 3,100 บาท) ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนเงินที่เยอะเลยทีเดียวเมื่อเปรียบเทียบกับอาชีพอื่นๆ

หรืออย่างที่ประเทศอังกฤษ ก็มีผู้คนเป็นจำนวนมากที่ต้องการจ้างบอดี้การ์ดหญิง เพราะว่าที่ประเทศอังกฤษมีบุคคลสำคัญ คนที่มีชื่อเสียงและนักธุรกิจหญิงเป็นจำนวนมาก อย่างเช่น เจ้าชาย วิลเลียมและเจ้าหญิงแคทเธอรีนและนักเขียนชื่อดัง เจ เค โรว์ลิ่ง เป็นต้น ที่ล้วนแต่จ้างบอดี้การ์ดหญิง ยิ่งช่วงเดือนเมษายนถึงพฤศจิกายน จะเป็นช่วงที่ชาวตะวันออกกลางนิยมมาเที่ยวที่ประเทศอังกฤษ ทำให้ความต้องการบอดี้การ์ดหญิงสูงขึ้นไปอีก

อาชีพบอดี้การ์ดหญิงที่ประเทศอังกฤษเรียกได้ว่าเป็นอาชีพยอดนิยมอาชีพ หนึ่งของสาวๆ เมือง เพราะว่ารายได้ค่อนข้างสูง โดยจะมีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 300-1,000 ยูโรต่อวัน (ประมาณ 12,300-41,000 บาท) ขึ้นอยู่กับว่าบอดี้การ์ดหญิงคนนั้นมีประสบการณ์ในการทำงานนานขนาดไหน นอกจากรายได้ดีแล้ว บอดี้การ์ดหญิงยังได้เดินทางไปต่างประเทศด้วยที่นั่งในชั้นธุรกิจและได้พัก โรงแรมห้าดาวเหมือนกับนายจ้าง เรียกได้ว่านายจ้างไปไหนและอยู่อย่างไร บอดี้การ์ด หญิงก็จะได้รับเหมือนกัน นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้อาชีพนี้มีความน่าสนใจสำหรับผู้หญิงหลายๆ คน

แต่การจะเป็นบอดี้การ์ดหญิงในประเทศอังกฤษก็ไม่ใช่เรื่องง่าย คนที่ต้องการจะเป็นบอดี้การ์ดจะต้องได้รับใบอนุญาตให้เป็นบอดี้การ์ดจากทาง รัฐบาล โดยจะต้องผ่านการทดสอบ และได้รับการฝึกอบรมการใช้อาวุธ การใช้ศิลปะป้องกันตัว และทักษะการขับรถที่เหนือกว่าการขับรถทั่วไป


เช่น บอดี้การ์ดจะต้องสามารถขับรถให้หมุน 180 องศาได้เหมือนอย่างในหนังเลยก็ได้ เพื่อป้องกัน ไม่ให้รถของผู้ต้องสงสัยหรือผู้ร้ายเข้ามาประชิดหรือขับชนรถของนายจ้างได้

แม้ว่างานบอดี้การ์ดหญิงจะเป็นที่ต้องการเป็นจำนวนมาก แต่โอกาสในการได้งานทำนั้นค่อนข้างน้อย เพราะว่าลูกค้ามักจะจ้างบอดี้การ์ดที่คนรู้จักกันหรือเพื่อนกันแนะนำมาว่าทำ งานดี หรือมีประสบการณ์การทำงานมายาวนาน มากกว่าการประกาศตามสื่อต่างๆ เหมือนกับอาชีพอื่นๆ เพราะ ฉะนั้นแม้ว่าคุณจะสอบผ่านการเป็นบอดี้การ์ดในอังกฤษและมีใบอนุญาตเป็นบอดี้ การ์ด และผ่านการ ฝึกฝนมาเยอะแค่ไหนก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหางานบอดี้การ์ดทำ

สำหรับประเทศไทยเรา ตอนนี้ผู้หญิงก็เริ่มมีบทบาทสำคัญมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นทางการเมืองหรือในภาค ธุรกิจ และวัฒนธรรมบ้านเราก็ไม่สนับสนุนให้ผู้หญิงกับผู้ชายไปไหนมาไหนด้วยกันสอง ต่อสองบ่อยๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นการทำงานร่วมกันก็ตาม

ดังนั้นบอดี้การ์ดหญิงจึงน่าจะเป็นคำตอบที่ลงตัวสำหรับผู้จ้างและเหมาะ สมกับวัฒนธรรมบ้านเรา การจ้างบอดี้การ์ดหญิงจึงน่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในบ้านเราเช่นกัน

ติดตามเรื่องของสิทธิสตรีจากทั่วทุกมุมโลก ที่ www.gotomanager.com

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

About the author

Sasiphattra Siriwato

Sasiphattra Siriwato (JuL)

การศึกษา

- ปัจจุบันเป็นอาจารย์พิเศษประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ International Pacific College, New Zealand
- กำลังศึกษาปริญญาเอก คณะสตรีศึกษาที่ Massey University, New Zealand
- ประกาศนียบัตรปริญญาโทรัฐศาสตร์ในด้านการทำงานวิจัย Monash University, Australia
- ปริญญาโทรัฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ Macquarie University, Australia
- ปริญญาตรีรัฐศาสตร์และศิลปศาสตร์ เอกภาษาฝรั่งเศส Canterbury University, New Zealand

Education

- Part time lecturer for Department of International Relations at International Pacific College, New Zealand
- PhD candidate on Women’s Studies at Massey University, New Zealand
- Graduated with a Postgraduate Diploma of Arts (Research) in Politics from Monash University, Australia
- Master Degree in Politics and Public Policy from Macquarie University, Australia
- Bachelor Degree in French and Political Science from Canterbury University, New Zealand

%d bloggers like this: