ทำงานเท่ากัน แต่ได้เงินน้อยกว่า

ปัจจุบันผู้หญิงทั่วโลกต่างก็ประสบปัญหาเดียวกันคือ เรื่องความไม่เท่าเทียมกันของรายได้ระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง แม้ว่าจะมีคุณสมบัติทุกอย่างเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นระดับการศึกษา หรือความสามารถในการทำงาน แต่ผู้หญิงจะได้รับเงินเดือนน้อยกว่าผู้ชายอยู่ดี

เรื่องช่องว่างของรายได้กลายเป็นปัญหาที่ผู้หญิงในหลายๆประเทศต้องการให้ รัฐบาลหาทางแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว หรือกำลัง พัฒนาอย่างประเทศไทย เพราะความไม่เท่าเทียมกันของรายได้ อาจทำให้ครอบครัวที่มีผู้หญิงเป็นเสาหลักของบ้าน มีคุณภาพชีวิตที่แย่กว่าครอบครัว ที่มีผู้ชายเป็นผู้นำ ทั้งๆ ที่พวกเขาอาจ จะมีความสามารถในการทำงานที่เท่ากัน

ปัญหาเรื่องความแตกต่างของรายได้นี้ยังถือได้ว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของความ ไม่เท่าเทียมกันทางเพศ หรือการเลือกปฏิบัติในสถานที่ทำงาน (Gender Discrimination in Workplace) เพราะในความเป็นจริงแล้ว ทุกคนจะต้องได้รับการปฏิบัติที่เหมือนกัน โดยไม่มีการแบ่งแยกเพศ เชื้อชาติ และศาสนา ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายที่รับผิดชอบงานเหมือนกัน และมีคุณภาพของผลงานออกมาเท่ากัน ก็ควรที่จะได้รับค่าจ้างในระดับเดียวกัน

ดังนั้น เรื่องความแตกต่างของรายได้ถือได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้หญิง แต่รัฐบาลในทุกประเทศ กลับไม่ได้ให้ความสนใจในการแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง

อย่างเช่นประเทศนิวซีแลนด์ ผู้หญิงกีวีมีรายได้น้อยกว่าผู้ชาย เพียงแต่คนกีวีไม่ได้รับรู้ว่าความแตกต่างของเงินเดือนนั้นมีมากน้อยแค่ไหน จนกระทั่งในปี 2545 นายกรัฐมนตรีหญิงเฮเลน คลาก (Helen Clark) ได้จัดตั้ง Pay and Employment Equity Unit (PEEU) ซึ่งขึ้นตรงกับกระทรวงแรงงาน เพื่อดูแลความเท่าเทียมกันในเรื่องของการจ่ายเงินและการจ้างงานในหน่วยงานภาครัฐทั้งหมด

PEEU สำรวจทั้งหมด 38 หน่วยงานหลักๆ ของภาครัฐ พบว่ามี 21 หน่วยงานด้วยกันที่ผู้หญิงและผู้ชายทำงานเหมือนกัน แต่ได้ค่าจ้างต่างกัน ซึ่งความแตกต่างของรายได้นั้นมีตั้งแต่ 3% ไปจนถึง 35% เมื่อเริ่มต้นทำงานผู้หญิงจะได้เงินเดือนน้อยกว่า ผู้ชาย และช่องว่างของเงินเดือนนี้จะยิ่งขยายออกกว้างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจน มากที่สุดเมื่อทำงานในระดับอาวุโส จากข้อมูลนี้ทำให้หน่วยงานต่างๆ และผู้หญิงกีวีเริ่มตระหนักถึงความแตกต่างอย่างมากของรายได้ และให้ความสนใจที่จะแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง

จากการเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้ บางหน่วยงานมีการเพิ่มค่าจ้างสำหรับค่าแรงขั้นต่ำให้กับลูกจ้างส่วนใหญ่ที่ เป็นผู้หญิง ทำให้ช่องว่างของเงินเดือนลดลงได้เพียงเล็กน้อย เท่านั้น แต่หน่วยงานส่วนใหญ่ไม่ได้ สนใจที่จะแก้ไขปัญหานี้เลยด้วยซ้ำ เนื่องจาก PEEU มีหน้าที่แค่ดูแลและสำรวจ แต่ไม่มีอำนาจใดๆ ในการบังคับให้หน่วยงานต่างๆ เปลี่ยนแปลงตามข้อเรียกร้อง ทางรัฐบาลก็ไม่ได้ให้งบประมาณเพิ่มเติมสำหรับการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ และแต่ละหน่วยงานก็มีวงเงินที่จำกัด ทำให้หน่วยงานเหล่านี้เลือกที่จะเพิกเฉยต่อปัญหานี้

ดังนั้น ปัญหาความแตกต่างของเงินเดือนยังคงมีมากอยู่ในนิวซีแลนด์ และไม่มีทีท่าว่า PEEU จะทำให้ช่องว่างนี้ลดลงได้ และเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว สำนักงานสถิติแห่งชาติของนิวซีแลนด์ได้ออกมายืนยันว่า ผู้หญิงจะได้ค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยขั้นต่ำต่อหนึ่งอาทิตย์ประมาณ $354 NZD (ประมาณ 8,142 บาท) ขณะที่ผู้ชายจะได้อยู่ที่ประมาณ $562 NZD (ประมาณ 12,926 บาท) ซึ่งรายได้นี้มีความแตกต่างกันอยู่ถึง 37.1% จากการเปิดเผยข้อมูลในครั้งนี้ ทำให้นายกรัฐมนตรีจอห์น คีย์ (John Key) ที่ชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2551 ได้ประกาศยุบหน่วยงาน PEEU เนื่องจากเห็นว่าความต่างของรายได้มีมากขึ้นกว่าตอนที่จะมีการก่อตั้ง PEEU ขึ้นมาเสียอีก

 

 

เรื่องนี้ทำให้หลายๆ คนเกิดความไม่พอใจที่นายกรัฐมนตรีรับรู้ถึงปัญหานี้ แต่กลับประกาศยุบ PEEU ที่เป็นเพียงหน่วยงานเดียวที่รับผิดชอบดูแลปัญหานี้อยู่ ที่แย่ไปกว่านั้นคือหลังจากที่ยุบหน่วยงาน นี้ไปแล้ว นายกรัฐมนตรีก็ยังไม่มีโครงการหรือนโยบาย ใดๆ ออกมาเพื่อที่จะแก้ไขปัญหานี้โดยเฉพาะ

โซเฟีย แบลร์ (Sophia Blair) เป็นเจ้าหน้าที่ด้านสิทธิสตรีของสมาคมนักเรียนแห่งประเทศนิวซีแลนด์ (New Zealand Union of Students’ Associations) ออกมาให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า การ แก้ไขปัญหาเรื่องความแตกต่างของรายได้ถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาการละเมิด สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และผู้หญิงยังสามารถเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวอีกด้วย ดังนั้น รัฐบาลจึงควรที่จะมีแผนการสำหรับลดปัญหาเรื่องช่องว่างของรายได้ในสังคมลง

ดังนั้นฮอน แพนซี่ หว่อง (Hon Pansy Wong) ซึ่งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงกิจการสตรี (Ministry of Women’s Affairs) ออกมารับปากว่า จะพยายามลดช่องว่างของรายได้ให้เหลือน้อยที่สุด ทางกระทรวง กิจการสตรีได้ศึกษาและวิเคราะห์ปัญหาเรื่องความแตกต่างของรายได้ โดยได้สำรวจเปรียบเทียบผู้หญิง และผู้ชายที่มีคุณสมบัติเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นวุฒิการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป มหาวิทยาลัย และทำงานในลักษณะเดียวกัน ซึ่งเริ่มสำรวจตั้งแต่เข้าทำงานในปีที่ 1 ไปจนกระทั่งถึงปีที่ 5 พบว่าตั้งแต่เริ่มต้นทำงาน ผู้หญิงกีวีจะได้รับเงินเดือนน้อยกว่าผู้ชาย ความต่างนี้เริ่มตั้งแต่ 1% สำหรับคนที่จบมาทางศิลปศาสตร์ และมากสุดถึง 20% ในด้านบริหาร ธุรกิจ และช่องว่างของเงินเดือนจะเริ่มเห็นชัดมากขึ้นในปีที่สอง ผู้ชายจะเริ่มมีเงินเดือนโดยเฉลี่ยมากกว่าผู้หญิงประมาณ 6% และเมื่อทำงานในปีที่ 5 ก็จะมีความต่างอยู่ที่ประมาณ 17%*

จากข้อมูลนี้ทำให้กระทรวงกิจการสตรีต้อง การทำให้ปริญญาที่ถือโดยผู้ชายและผู้หญิงมีความเท่าเทียมกันในเวลาสมัครงาน และได้รับเงินเดือน ที่เท่ากัน ตอนนี้กระทรวงกิจการสตรีได้แนะนำให้องค์กรและบริษัทต่างๆ เข้าไปดาวน์โหลดชุดเครื่องมือตรวจสอบการจ่ายเงินและการจ้างงานอย่างเท่า เทียมกัน (Pay and Employment Equity Toolkit) จากหน้าเว็บไซต์ของกระทรวงแรงงานได้ฟรี

ในชุดเครื่องมือนี้ประกอบด้วย 1) เครื่องมือ และแม่แบบของการจ่ายเงินและการจ้างงานอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อเป็นแนวทางให้องค์กรต่างๆ ได้เอา ไปปรับใช้ภายในองค์กร 2) เครื่องมือการประเมินผลการทำงานอย่างเท่าเทียมกัน (The Equitable Job Evaluation Tool) เพื่อให้แต่ละองค์กรสามารถประเมินได้ว่า ผู้หญิงทำงานที่จัดว่าเป็นงานสำหรับ ผู้หญิงโดยเฉพาะ เช่น งานจัดการเอกสารได้รับค่าจ้างต่ำกว่างานด้านอื่นๆ หรือไม่ และ 3) ผลสรุปการประเมินการจ่ายเงินและการจ้างงานอย่างเท่าเทียมกันในหน่วยงานของรัฐ

นอกจากนี้ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของนิวซีแลนด์ยังได้ออกชุดเครื่อง มือสำหรับองค์กรต่างๆ เช่นกัน เพื่อที่จะประเมินภายในองค์กรของตัวเองว่า มีปัญหาเรื่องความแตกต่างของรายได้หรือไม่ และยังกล่าวย้ำว่า กฎหมายนิวซีแลนด์ระบุไว้ว่า หากนายจ้างมีการพบเจอปัญหาเรื่องความไม่เท่าเทียมกันทางเพศในสถานที่ทำงาน นายจ้างจะต้องรีบหาทางแก้ไข ไม่สามารถเพิกเฉยต่อปัญหาได้

แต่ดูเหมือนว่าเครื่องมือเหล่านี้จะยังไม่เป็นที่พอใจของประชาชนที่ต้อง การให้ช่องว่างของรายได้ ลดลง ดังนั้นประชาชนจึงรวมตัวกันที่หน้ารัฐสภา เมื่อสิ้นเดือนมิถุนายนเพื่อเรียกร้องให้แพนซี่ หว่อง รักษาสัญญาที่ให้ไว้ว่า จะลดช่องว่างของรายได้ให้เหลือน้อยลงที่สุด และมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อให้รัฐบาล ทำตามเพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้

1. ให้รัฐบาลผ่านกฎหมายการจ่ายเงินค่าจ้าง ที่เท่าเทียมกัน

2. ให้รัฐบาลเพิ่มเงินเดือนขั้นต่ำขึ้นเป็น 15 เหรียญนิวซีแลนด์ต่อชั่วโมง จากของเดิมที่ 12.75 เหรียญนิวซีแลนด์ เพราะคนส่วนใหญ่ที่ได้ค่าจ้างขั้นต่ำนั้นเป็นผู้หญิง ทำให้คนกลุ่มนี้ต้องการค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นสำหรับผู้หญิง

3. ต้องการให้รัฐบาลให้การสนับสนุนอย่างจริงจังในการดำเนินการให้แต่ละองค์กร และบริษัทต่างๆ มีความเท่าเทียมกันในเรื่องของรายได้และการจ้างงาน

หลังจากการออกมาเรียกร้องของประชาชนในครั้งนี้ ทางพรรคนโยบายนิยมสิ่งแวดล้อม (Green Party) ก็ได้ออกมาเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ความแตกต่างของเงินเดือนมีการเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากเมื่อตอนต้นปี ได้กล่าวว่าปัญหาช่องว่างของรายได้จะลดลง ถ้าประเทศนิวซีแลนด์มีผู้นำที่แข็งแกร่ง มีกฎหมาย ที่ดีกว่านี้ แต่จนถึงตอนนี้รัฐบาลกีวีก็ยังไม่ได้ตัดสินใจ ว่าจะทำตามข้อเรียกร้องของประชาชนหรือไม่และยังไม่มีการประกาศนโยบายใดๆ ออกมาเพื่อที่จะแก้ไขปัญหานี้โดยเฉพาะ

ถ้าเราลองหันกลับมามองที่ประเทศไทย ก็คง จะมองไม่เห็นความแตกต่างมากนักเมื่อเทียบกับนิวซีแลนด์ เพราะจากการจัดอันดับเรื่องความเท่าเทียมกันของรายได้ระหว่างผู้ชายและ ผู้หญิง โดย World Economic Forum นิวซีแลนด์ถูกจัดให้อยู่ใน อันดับที่ 16 ในขณะที่ประเทศไทยเราถูกจัดให้อยู่ใน อันดับที่ 17 จากทั้งหมด 134 ประเทศ ถือได้ว่าเป็นอันดับที่ไม่ได้แย่เลย เพราะประเทศไทยเป็นประเทศ กำลังพัฒนา ยังไม่มีการยอมรับสิทธิของผู้หญิงมากเหมือนประเทศนิวซีแลนด์ที่มีนายก รัฐมนตรีหญิงด้วย กันถึง 2 คนแล้ว

ผู้เขียนหวังว่ารัฐบาลบ้านเราคงจะไม่เพิกเฉย ต่อปัญหาเรื่องความแตกต่างของรายได้เหมือนกับรัฐบาลกีวีที่รู้ว่ามีปัญหาแต่ ก็ยังไม่คิดที่จะแก้ไข

 

ข้อมูลอ้างอิง
* Ministry of Women’s Affairs. (June 2010). “Different Degree”, panui.

 

ติดตามเรื่องของสิทธิสตรีจากทั่วทุกมุมโลก ที่ www.gotomanager.com

 

 

 

 

 

 

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

About the author

Sasiphattra Siriwato

Sasiphattra Siriwato (JuL)

การศึกษา

- ปัจจุบันเป็นอาจารย์พิเศษประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ International Pacific College, New Zealand
- กำลังศึกษาปริญญาเอก คณะสตรีศึกษาที่ Massey University, New Zealand
- ประกาศนียบัตรปริญญาโทรัฐศาสตร์ในด้านการทำงานวิจัย Monash University, Australia
- ปริญญาโทรัฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ Macquarie University, Australia
- ปริญญาตรีรัฐศาสตร์และศิลปศาสตร์ เอกภาษาฝรั่งเศส Canterbury University, New Zealand

Education

- Part time lecturer for Department of International Relations at International Pacific College, New Zealand
- PhD candidate on Women’s Studies at Massey University, New Zealand
- Graduated with a Postgraduate Diploma of Arts (Research) in Politics from Monash University, Australia
- Master Degree in Politics and Public Policy from Macquarie University, Australia
- Bachelor Degree in French and Political Science from Canterbury University, New Zealand

%d bloggers like this: