Invest in Women Do you see the opportunity?

เมื่อไม่นานมานี้ผู้เขียนมีโอกาสดูวิดีโอที่จัดทำขึ้นโดยกระทรวงต่าง ประเทศของประเทศเนเธอร์แลนด์เมื่อตอนต้นปีนี้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้คนหันมาสนใจและสนับสนุนการให้สิทธิและเสรีภาพกับ ผู้หญิงให้มีความเท่าเทียมกันกับผู้ชายในสังคม วิดีโอตัวนี้ทำได้น่ารักและเข้าใจง่าย

ในเรื่องเล่าว่า คุณยายคนหนึ่งต้องทำงานอย่างหนัก คุณยายไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่มีสิทธิ์ในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งและไม่ได้รับความเท่าเทียมในสังคม ทำให้คุณยายขาดโอกาสที่จะสร้างโลก ให้ดีขึ้น ในขณะที่หลานของคุณยายได้เรียนหนังสือ ได้รับการปกป้องและคุ้มครองจากความรุนแรง สามารถแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ ได้อย่างเปิดเผย ได้รับความเท่าเทียมในสังคม ทำให้หลานของคุณยายสามารถเติมเต็มศักยภาพของเธอด้วยการสร้างครอบครัวที่ดี เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น และทำให้โลกใบนี้เป็นโลกที่น่าอยู่ขึ้นกว่าเดิมสำหรับทุกคน วิดีโอตัวนี้จบท้ายด้วยการถามว่า คุณคิดว่าความคิดนี้ดีใช่มั้ย เพียงแค่คุณให้การสนับสนุนเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถสร้างโลกที่น่าอยู่ขึ้นกว่าเดิมได้

ถ้าหากผู้อ่านท่านใดสนใจวิดีโอตัวนี้ให้เข้า ชมได้ที่เว็บยูทูป ค้นหาวิดีโอชื่อ Invest in Women-Do you see the opportunity? หรือคลิกเข้าไปดูได้ที่ลิงก์นี้ http://www.youtube.com/watch?v =1hBd1HN7WJM

ชาวดัตช์เป็นชนชาติที่มีความสุขมากที่สุดเป็นอันดับที่ 4 ของโลก เพราะว่าพวกเขามีความสมดุลระหว่างรายรับรายจ่าย และมีชีวิตความเป็นอยู่ ที่ดี แต่รัฐบาลดัตช์ก็ยังจัดทำวิดีโอตัวนี้ขึ้นมาเพื่อสนับสนุนให้ผู้หญิงดัตช์มี สิทธิและเสรีภาพในสังคมมากขึ้น เพราะว่าเนเธอร์แลนด์ยังคงมีปัญหาในเรื่อง ความไม่เท่าเทียมกันอยู่

เช่นพรรคปฏิรูปการเมือง (The Political Reformed Party) หรือที่เรียกย่อๆ กันว่า พรรค SGP เป็นพรรคการเมืองขนาดเล็กที่มีความเก่าแก่มากที่สุดของชาวดัตช์ แต่มีนโยบายที่จะไม่รับสมาชิก ที่เป็นผู้หญิง เพราะว่าพรรค SGP นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ ทำให้ได้รับแรงบันดาลใจ ในการตั้งพรรคนี้ขึ้นมาจากพระคัมภีร์ไบเบิลซึ่งมีการระบุไว้ว่า บทบาทของผู้นำต้องเป็นของผู้ชายเท่านั้น เรื่องนี้ถือว่าเป็นความชอบธรรมทางศาสนา ดังนั้นทางพรรคจึงไม่ได้มองว่าการที่ทางพรรคไม่รับ ผู้หญิงเข้าเป็นสมาชิกเป็นเรื่องที่ผิด

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลกมากสำหรับประเทศที่พัฒนาแล้ว และเป็นประชาธิปไตยอย่างเนเธอร์แลนด์ที่ยังคงมีพรรคการเมืองที่กีดกันสิทธิ ของผู้หญิงอย่างชัดเจน แม้กระทั่งบ้านเราที่เป็นประเทศกำลังพัฒนาก็ยังไม่มีพรรคการเมืองไหนที่กีด กันไม่ให้ผู้หญิงเข้าเป็นสมาชิกพรรค เรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่องค์การสหประชาชาติวิพากษ์วิจารณ์ อย่างหนัก และเรียกร้องให้รัฐบาลดัตช์หาทางแก้ไข แต่รัฐบาลก็ยังไม่สามารถหาทางแก้ไขได้

นอกจากนี้เนเธอร์แลนด์ยังคงมีปัญหาเรื่องความไม่เท่าเทียมกันของค่าจ้าง แรงงานที่ได้รับระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย ผู้ชายดัตช์จะได้ค่าจ้างแรงงานสูงกว่าผู้หญิงถึงแม้ว่าจะทำงานประเภทเดียว กัน

ไม่ว่าจะทำงานอะไรก็แล้วแต่ ในเนเธอร์แลนด์ ผู้ชายจะได้ค่าจ้างสูงกว่าผู้หญิงประมาณ 3.8 ยูโรต่อ ชั่วโมง (ประมาณ 155 บาท) ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อน ว่าที่เนเธอร์แลนด์เขาทำงานกันเป็นชั่วโมง และจ่ายเงินตามจำนวนชั่วโมงที่ทำงาน ซึ่งตรงนี้จะต่างกับบ้านเราที่คิดค่าจ้างเป็นรายวัน ในหนึ่งอาทิตย์ชาวดัตช์จะทำงานกัน 40 ชั่วโมงสำหรับงานประจำ นั่น เท่ากับว่าผู้ชายดัตช์จะได้เงินค่าจ้างในแต่ละอาทิตย์ สูงกว่าผู้หญิงดัตช์ถึง 152 ยูโร (ประมาณ 6,192 บาท) ถ้าคิดเป็นเดือนก็จะได้เงินเดือนมากกว่าถึงเดือนละ 608 ยูโร (ประมาณ 24,770 บาท) ซึ่งถือว่า มีความแตกต่างกันมาก ทำให้เนเธอร์แลนด์ถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 71 จาก 134 ประเทศในเรื่องความ เท่าเทียมกันในด้านรายรับ ในขณะที่ประเทศไทยเราได้อันดับที่ 17 ซึ่งนับว่าผู้หญิงบ้านเราโชคดีกว่าบ้านเขามากในเรื่องนี้

สำหรับปัญหาเหล่านี้ รัฐบาลดัตช์ได้พยายาม หาทางแก้ไขให้เหลือน้อยลงที่สุด เพราะว่าเนเธอร์ แลนด์เป็นประเทศที่ให้สิทธิและเสรีภาพกับผู้หญิงมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจ ว่าทำไมรัฐบาลดัตช์ถึงให้ความสนใจอย่างจริงจัง

นอกจากนี้เนเธอร์แลนด์ยังถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 10 ของโลก ในเรื่องของการให้สิทธิผู้หญิงในด้านการเมือง ดังนั้นผู้หญิงดัตช์จึงมีสิทธิและเสรีภาพเกือบจะเท่าๆ กับผู้ชายในการทำงานในรัฐสภา และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

จำนวนผู้หญิงที่เป็น ส.ส.และ ส.ว.ของเนเธอร์ แลนด์มีประมาณ 31.5% ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เมื่อเทียบกับประเทศไทยแล้ว ถือว่าบ้านเขามีจำนวนผู้หญิงในรัฐสภาสูงกว่าบ้านเรามาก เพราะบ้านเรามีจำนวน ส.ส.และ ส.ว.รวมกันแล้วแค่ 12.2% เท่านั้นเอง

รัฐบาลดัตช์ยังมีนโยบายที่จะเพิ่มจำนวน ส.ส. และ ส.ว.ผู้หญิงในรัฐสภาให้เป็น 50% ซึ่งเท่ากับว่าถ้ารัฐบาลดัตช์สามารถทำตามนโยบายนี้ได้ก็จะมีจำนวนสมาชิกใน รัฐสภาที่เป็นผู้ชายกับผู้หญิงเท่ากัน ก็ต้องรอดูต่อไปว่ารัฐบาลดัตช์จะทำได้สำเร็จหรือไม่

และรัฐบาลยังมีนโยบายให้ทุกกระทรวงรับพนักงานผู้หญิงและผู้ชายเข้าทำงาน ในสัดส่วนที่เท่าเทียมกัน ปัจจุบันเนเธอร์แลนด์มีผู้หญิงที่ทำงานในหน่วยงานราชการประมาณ 46% และมีนโยบายให้ เพิ่มจำนวนผู้หญิงที่ทำงานในระดับอาวุโสหรือระดับ ผู้บริหารในแต่ละกระทรวงเป็นอย่างน้อย 25% และระดับรองอาวุโสอย่างน้อย 30% หรือถ้าเทียบกับบ้าน เราก็คือข้าราชการระดับซี 9 และซี 7 ตามลำดับ

ขณะเดียวกันถ้าเรามองประเทศที่ให้สิทธิผู้หญิงในด้านการเมืองมากที่สุด ในโลกอย่างประเทศ ไอซ์แลนด์ ก็จะเห็นได้ว่ามีผู้หญิงที่ได้ทำงานในระดับ อาวุโสหรือผู้บริหารในกระทรวงต่างๆ โดยเฉลี่ยประมาณ 30% ถ้าเป็นกระทรวงที่จัดว่าเหมาะสำหรับ ผู้หญิง เช่น กระทรวงสังคม กระทรวงสาธารณสุขและประกันสังคม และกระทรวงศึกษาธิการ วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม จะมีจำนวนผู้หญิงสูงขึ้นเกือบจะ 50% ในระดับอาวุโส แต่ถ้าเป็นกระทรวงที่ไม่ค่อยเหมาะกับผู้หญิง อย่างกระทรวงคมนาคมและการสื่อสารก็จะมีผู้หญิงแค่ประมาณ 10% ที่ได้ทำงานในระดับอาวุโส

เมื่อเทียบกับบ้านเราแล้ว จำนวนผู้หญิงที่ทำงาน ในระดับอาวุโสจากทุกกระทรวง ยังมีจำนวนน้อยกว่าผู้หญิงที่ทำงานในระดับสูงของกระทรวงคมนาคมและการสื่อสาร ของประเทศไอซ์แลนด์เลย

ปัญหาจำนวนผู้หญิงที่ทำงานในระดับผู้บริหาร นั้นถือได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่ทั่วโลก เพราะว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ขาดโอกาสที่จะก้าวขึ้นไปทำงานในระดับสูง แม้กระทั่งองค์การสหประชาชาติก็ยังไม่เปิดโอกาสให้กับผู้หญิงในการก้าวขึ้น ไปเป็นผู้นำ เห็นได้อย่างชัดเจนในการ คัดเลือกผู้ที่จะมาเป็นเลขาธิการและรองเลขาธิการขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งผู้สมัครหญิงมักถูกคัดออกไป โดยปริยาย เพราะผู้ที่เป็นคนคัดเลือกเชื่อว่า ผู้หญิงนั้นมักจะไม่มีความรู้ในเรื่องของการเมือง หรือไม่มีความสามารถพอที่จะทำงานในเรื่องการสร้างสันติภาพให้เกิด ขึ้นจากทั่วทุกมุมโลกได้ ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่และทางองค์การสหประชาชาติกำลังพยายามแก้ไข ปัญหานี้อย่างจริงจังด้วยการผลักดัน และเปิดรับสมัครผู้หญิงให้เข้ามาทำงานในด้านนี้มากขึ้น

เช่น บัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติได้ประกาศนโยบายเมื่อปีที่แล้วที่จะเพิ่มจำนวนของตำรวจ หญิงในนามขององค์การสหประชาชาติ จาก 8% ในปัจจุบัน เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 20% ภายในปี 2557 เพื่อที่จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือและปกป้องผู้หญิงและเด็กจากปัญหาความ รุนแรงทางเพศในประเทศที่กำลังเผชิญ กับภาวะสงคราม หรือในพื้นที่ที่กำลังมีความขัดแย้งเกิดขึ้น

นอกจากนี้องค์การสหประชาชาติยังได้ขอความร่วมมือไปยังธุรกิจต่างๆ ในภาคเอกชน ให้เปิดโอกาสให้กับผู้หญิงที่มีความสามารถได้ทำงานในระดับหัวหน้า และผู้บริหาร

ประเทศไทยกับเนเธอร์แลนด์ยังคงมีปัญหาในเรื่องนี้เหมือนกัน เพียงแต่ว่ารัฐบาลดัตช์ให้ความสนใจที่จะแก้ไขปัญหานี้ ทำให้ผู้หญิงดัตช์มีโอกาสมากกว่าผู้หญิงไทยในการได้ทำงานในระดับอาวุโส ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลบ้านเราน่าจะเอาอย่างรัฐบาลดัตช์ ด้วยการส่งเสริมให้ผู้หญิงไทยมีโอกาสในการทำงานระดับผู้บริหารมากขึ้น เพราะปัจจุบันมีผู้หญิงที่มีความสามารถหลายๆ คนต้องพลาดโอกาสที่จะก้าวขึ้นไป ทำงานในระดับผู้บริหารเพียงเพราะว่าเป็นผู้หญิง ทั้งๆ ที่ผู้หญิงเหล่านี้อาจจะมีความสามารถมากกว่า ผู้ชายที่ได้ขึ้นไปทำงานในระดับผู้บริหารด้วยซ้ำ

เช่นกรณีของคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ ท่านเคยให้สัมภาษณ์ในสมัยที่ท่านทำงานเป็นปลัดกระทรวงวัฒนธรรมว่า เมื่อตอนที่ท่านทำงานที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. คุณหญิงต้องการขอเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ ของ ก.พ. แต่โดยส่วนใหญ่ตำแหน่งคณะกรรมการ มักจะเป็นของผู้ชาย ทำให้คุณหญิงรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรม ยิ่งไปกว่านั้นผู้ชายที่ได้รับเลือกให้เป็นคณะกรรมการก็ยังยอมรับว่า เขามีความสามารถน้อย กว่าคุณหญิง

ดังนั้น รัฐบาลไทยควรจะหาทางแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง และเปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้ใช้ความรู้ความสามารถในการทำงานในด้านต่างๆ เพื่อ บริหารประเทศเราให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป

ผู้เขียนอยากให้รัฐบาลไทยหันกลับมาให้ความสนใจและส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของผู้หญิงเหมือนกับที่รัฐบาลดัตช์เล็งเห็นโอกาสเหล่านี้

แล้วคุณล่ะ มองเห็นโอกาสการลงทุนกับผู้หญิงบ้างไหม

ติดตามเรื่องของสิทธิสตรีจากทั่วทุกมุมโลก ที่ www.gotomanager.com

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

About the author

Sasiphattra Siriwato

Sasiphattra Siriwato (JuL)

การศึกษา

- ปัจจุบันเป็นอาจารย์พิเศษประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ International Pacific College, New Zealand
- กำลังศึกษาปริญญาเอก คณะสตรีศึกษาที่ Massey University, New Zealand
- ประกาศนียบัตรปริญญาโทรัฐศาสตร์ในด้านการทำงานวิจัย Monash University, Australia
- ปริญญาโทรัฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ Macquarie University, Australia
- ปริญญาตรีรัฐศาสตร์และศิลปศาสตร์ เอกภาษาฝรั่งเศส Canterbury University, New Zealand

Education

- Part time lecturer for Department of International Relations at International Pacific College, New Zealand
- PhD candidate on Women’s Studies at Massey University, New Zealand
- Graduated with a Postgraduate Diploma of Arts (Research) in Politics from Monash University, Australia
- Master Degree in Politics and Public Policy from Macquarie University, Australia
- Bachelor Degree in French and Political Science from Canterbury University, New Zealand

%d bloggers like this: